พระบรมมหาราชวัง  เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระบรมมหาราชวังสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2325 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เสด็จขึ้นครองราช ทรงมีพระราชดำริว่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับพระราชวังเดิมของกรุงธนบุรีเป็นชัยภูมิเหมาะสมที่จะตั้งเป็นพระมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่แหลม ยื่นออกมามีความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์และข้าศึกโจมตีได้ยาก ทั้งนี้พระบรมมหาราชวังนี้ได้ถอดแบบจากพระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยาทุกอย่าง และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอารามขึ้นในเขตพระราชวังและพระราชทานนามพระอารามนี้ว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 - 15.30 น. ค่าเข้าชม คนละ 125 บาท พระที่นั่งวิมานเมฆ
ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระราชวังที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และชลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2444 ภายในพระที่นั่งประกอบด้วยห้องต่างๆ 81 ห้อง มี 3 ชั้น ทั้งนี้บรรยากาศภายในร่มรื่น ล้อมรอบด้วยคลองคาบ แผ่นกระจก คลองรางเงิน อ่างหยก พระที่นั่งวิมานเมฆเปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชม คนละ 50 บาท พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด
ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ในพื้นที่ 6 ไร่ อันประกอบด้วยเรือนไทยโบราณ 8 หลัง เรือนหลังที่ 1-4 จัดเป็นหมู่เรือนไทย โดยเรือนหลังแรกมีสะพานเชื่อมต่อสู่เรือนที่ 2,3 และ4 ส่วนเรือนหลังที่ 5-8 ปลูกอยู่ห่างกันทางทิศตะวันตก และมีหอเขียนอยู่ทางทิศใต้ บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ต้นไม้อย่างสวยงาม ภายในเรือนไทยตกแต่งด้วยอุปกรณ์เครื่องใช้ของไทยอันเก่าแก่ ช่วงสมัยอยุธาตอนปลาย เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชม คนละ 50 บาท พระที่นั่งอนันตสมาคม
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมืองและประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน เป็นอาคารหินอ่อนแบบเรเนอซองส์ ของอิตาลี บนเพดานโดมของพระที่นั่งมีภาพเขียนแฟรสโกที่สวยงามมาก เป็นภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1-6 ทั้งนี้ในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ ทางราชการจะเปิดพระที่นั่งอนันตสมาคมให้เด็กๆ เข้าเยี่ยมชมโดยไม่คิดค่าบริการใดๆ
วัดวาอาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) โทร. 465-5640
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ภายในวัดมีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง สำหรับการเดินทางสามารถขึ้นรถประจำทางสาย 19, 57 หรือ นั่งเรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียนและขึ้นที่ท่าวัดอรุณฯ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม โทร. 281-2501
ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ใกล้กับพระราชวังจิตรดา เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก และใช้หินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ในการก่อสร้าง ส่วนพระประธานเป็นพระพุทธชินราชจำลอง มีพระที่นั่งทรงผนวชของรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงพระผนวชในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งรื้อถอนมาจากบริเวณพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวังอีกด้วย วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
ตั้งอยู่บนถนนพระสุเมรุ ย่านบางลำพู เขตพระนคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2372 เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงผนวชได้เสด็จมาประทับและทรงตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุตติกนิกาย ขึ้นที่วัดนี้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 ทรงผนวช ณ วัดแห่งนี้ นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่ง และประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระสุวรรณเขต พระพุทธชินสีห์ พระนิรันตราย และพระพุทธนินนาท วัดอินทรวิหาร
ตั้งอยู่บนแขวงบางขุนพรม ถนนวิสุธกษัตริย์ เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในพระอุโบสถเป็นที่พระดิษฐานของพระพุทธรูปหลวงพ่อโต สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ขนาดพระพุทธรูปสูง 32 เมตร และกว้าง 10 เมตร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โทร. 222-6011, 222-8004
เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วัดแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยสอนพระพุทธศาสนา มหาจุฬาลงกรณ์ เป็นสถานที่สอนศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเปิดสอนให้กับชาวต่างชาติด้วย วัดมหาธาติฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) โทร. 222-0933
ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระบรมมหาราชวัง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ วัดโพธาราม รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน มีการ รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลา ติดไว้บริเวณพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถมี พระพุทธเทวปฏิมากร และมีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ งดงามที่สุด ปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาแพทย์แผนไทย โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) โทร. 222-0094, 222-6889, 222-2208
สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังวาดเขียนเรื่องราว รามเกียรติ์ที่วิจิตรงดงามมาก นอกจากนี้ยังมีปราสาทพระเทพบิดร อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8 มีพระศรีรัตนเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และมีหอพระราชพงศานุสรณ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมทั้งสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ทรงคุณค่าที่น่าสนใจ วัดพระแก้ว ตั้งอยู่บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่8.30 - 15.30 น.
ขอแนะนำ-นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ : ห้ามสวมกางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ตั้งอยู่แขวงราชบพิธ เขตพระนคร ใกล้กับกระทรวงมหาดไทย เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างขึ้นเป็นวัดแรกในรัชกาลเมื่อปี พ.ศ. 2412 หลังจากเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว 1 ปี วัดแห่งนี้มีศิลปกรรมผสมผสาน ระหว่างแบบไทยและแบบตะวันตก มีเอกลักษณ์พิเศษแห่งเดียวในประเทศไทยคือ ศิลปกรรมกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ที่งามวิจิตร วัดราชนัดดารามวรวิหาร
ตั้งอยู่บนถนนมหาไชย สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2389 เอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้คือ "โลหะปราสาท" หรือธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้างพระเจดีย์ มีความสูง 36 เมตร ประกอบด้วยเจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ "โพธิปักขียธรรม 37 ประการ" ในปัจจุบันนี้โลหะปราสาทแห่งนี้เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เพราะโลหะปราสาท ที่ประเทศอินเดียและศรีลังกาได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่ปากคลองมหานาค เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดสะแก" ทั้งนี้รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาขึ้นใหม่แล้วพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" มีพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงดัดแปลงมาจากพระปรางค์ที่ทรุดพังลง โดยดัดแปลงเป็นภูเขาทองและก่อเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรม สารีริกธาตุ การเดินทางมายังวัดสระเกศฯ สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย 8, 15, 37, 47 และ 49 หรือนั่งเรือล่องคลองแสนแสบ ขึ้นท่าผ่านฟ้าลีลาศ วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่บนถนนบำรุงเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 ภายในพระวิหารมี พระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญมาจาก สุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถอดแบบมาจากพระวิหารมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา ส่วนภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ ปางมารวิชัย และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย ทั้งนี้ การเดินทางมายังวัดสุทัศน์ฯ สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย 10, 12, 42 และ ปอ. 42 วัดเทพธิดาราม
ตั้งอยู่บนถนนมหาไชย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อปี พ.ศ. 2379 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าลูกเธอ พระองค์หญิง วิลาส พระปิยราชธิดา และพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรง เป็นองค์ประธานในพระราชพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2382 วัดไตรมิตรวิทยาราม
ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง ภายในวัดมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์หนึ่ง เมื่อคราวเปลี่ยนที่ตั้งปูนที่หุ้มได้กระเทาะออกนั้น ภายในพบเป็นพระพุทธรูปทองคำ ลักษณะองค์พระเป็นศิลปะสุโขทัย จึงได้ถวายพระนามว่า พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีส่วนผสมของทองคำสูงมาก เรียกว่า ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา มีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว
ล่องเรือในแม่น้ำ  ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือให้บริการในการคมนาคมขนส่งทางน้ำตั้งแต่ทางตอนเหนือ จังหวัดนนทบุรี โดยมีบริษัทล่องเรือบนแม่น้ำเจ้าพระยา 2 แห่ง คือ บริษัท แหลมทอง จำกัด และ บริษัท เจ้าพระยา เอ็กเพลส โบท จำกัด เรือเจ้าพระยา เอ็กเพลส เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5.30 - 18.00 น. มีท่าเรือบริเวณวัดราชสิงขร ซึ่งเป็นวัดริมแม่น้ำย่านย่านนาวา ไปยังจังหวัดนนทบุรี ค่าบริการ ตั้งแต่ 4 - 9 บาท และมีเรือที่แล่นเส้นทางหลัก จะจอดเพียงท่าเรือหลักเท่านั้น เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 6.00-9.00 น. และ 15.00-18.00 น. ค่าบริการ 10 บาท ตลอดเส้นทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 222-5330
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปยังเกาะเกร็ด สามารถขึ้นเรือแหลมทอง ที่ท่าเรือนนทบุรี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5.45 - 17.45 น. ทั้งนี้ริมสองฟากฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา นักท่องเที่ยวจะพบเห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวบางกอกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และความงดงามของวัดวาอาราม และโบราณสถานอันเก่าแก่ อาทิ พระบรมมหาราชวัง ปราสาทราชมณเฑียรยอดสูงปิดทองประดับกระจกส่งประกายระยิบระยับยามต้องแสงพระอาทิตย์ และยอดพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม หมู่บ้านเกาะเกร็ด เป็นเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่บ้านแห่งนี้มีวิถีชีวิตแบบชุมชนมอญ มีวัดปรมัยยิกาวาส และเจดีย์ทรงรามัญคือ "พระเจดีย์มุเตา" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพจิตรกรรมแบบตะวันตกและงานฝีมือแบบมอญ ต่อด้วยล่องเรือไปตามแม่น้ำอ้อมเกร็ด ซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม ทางด้านตะวันตกของเกาะเป็นเขตสวนผลไม้และสวนผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้บนเกาะเกร็ดมีอาหาร ขึ้นชื่อและของฝากมากมายของชาวมอญ อาทิ ทอดมันหน่อกะลา กะละแม ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแช่ และอาหารมอญโบราณ ฯลฯ สำหรับการเดินทางมายังเกาะเกร็ด คุณสามารถนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือปากเกร็ด นนทบุรี มายังเกาะเกร็ดได้ตั้งแต่เวลา 6.00 - 21.00 น. ค่าบริการ 2 บาท และมีเรือหางยาวรอบเกาะ ค่าบริการ 5 บาท นอกจากนี้ยังมีวัดเก่าแก่ที่น่าท่องเที่ยว ดังนี้ วัดไผ่ล้อม มีพระอุโบสถสมัยอยุธยา ทางตอนเหนือของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของเจดีย์ ศิลปกรรมแบบมอญดั้งเดิม วัดเสาทอง เป็นวัดโบราณ มีเจดีย์สมัยอยุธา และเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ตั้งอยู่บนปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี บริเวณใกล้ๆ เป็นแหล่งโบราณสถาน มีวัดวาอารามอันเก่าแก่มากมาย ซึ่งมีศิลปวัฒนธรรมของมอญและสมัยอยุธยา
มวยไทย มวยไทย เป็นศิลปะป้องกันตัวของไทย โดยใช้สัดส่วนของร่างกายเป็นอาวุธในการต่อสู้ ทั้งเข่า หมัด และศอก มวยไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม ของไทยและได้สืบสานวัฒนธรรมมาจวบจนทุกวันนี้ ทั้งนี้ในกรุงเทพฯ มีสนามมวยอยู่ 2 แห่ง และมีการชกมวยทุกคืน ดังนี้ สนามมวยเวทีราชดำเนิน โทร. 281-4205 ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก เปิดบริการทุกวันจันทร์และวันพุธ ถึงเวลา 18.00 น. วันพฤหัสบดี ถึงเวลา 17.00 และ 21.00 น. และวันอาทิตย์ ถึงเวลา 16.00 และ 20.00 น. สนามมวยลุมพินี โทร. 251-4303 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 เปิดบริการทุกวันอังคารและวันศุกร์ ถึงเวลา 18.00 น. และวันเสาร์ ถึงเวลา 17.00 น. ณ ที่แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเรียนศิลปะป้องกันตัวของไทย ทั้งนี้สามารถติดต่อได้ที่ค่ายมวยไทย ตั้งอยู่ที่ 336/932, ประชาธิปัติ, ธัญบุรี, ปทุมธานี 12130, โทร. 992-0096-9 หรือ www.muaythai.th.net
|